สรุปมิติห้าด้านของผลกระทบ
บริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต(วิสาหกิจเพื่อสังคม)จำกัด
| มิติห้าด้านของผลกระทบ | อะไร | ใคร | เท่าไร | การมีส่วนร่วมของเราต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|---|---|
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นผ่านการส่งเสริมสินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน การจำแนกประเภทผลกระทบ - | มียอดขายกุ้งมังกร 35-40 ล้านบาท ภาครัฐสามารถลดภาระและปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรา หน่วยงานสามารถนำกิจกรรมบริษัทไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ทันที เงินสะพัดหมุนเวียนในจังหวัดภูเก็ต 400 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ในระดับตำบล/อำเภอ เพิ่มโอกาสใช้กลไกท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม Phuket Lobster ได้รับการบรรจุการจดทะเบียนเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) ในแผนปฏิบัติการประจำปี 2568 ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะเกษตรกรในช่วงเทศกาลซึ่งมีรายได้เพิ่ม และร้านค้าชุมชนมียอดขายที่เติบโต การรับรู้มูลค่าทางวัฒนธรรม ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าของ “สับปะรดภูเก็ตแท้” ในฐานะผลไม้มงคล เชื่อมโยงกับแนวคิด "โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความหวานในชีวิต" ตามความเชื่อจีน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้า GI: สับปะรดภูเก็ตมีมูลค่าทางตลาดและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงสูงมากขึ้น มูลค่าราคาจำหน่ายสับปะรดเพิ่มขึ้น:จากราคาปกติ 25–40 บาท/ลูก → เพิ่มเป็น 80 บาท/ลูก (เพิ่มขึ้น 100%) เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับสับปะรดภูเก็ต จากผลผลิตเกรดรองที่ขายได้เพียง 5–7 บาท/ลูก → เมื่อนำมาแปรรูปมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 300–500 บาท/ชิ้น สร้างจุดขายใหม่ในอุตสาหกรรม wellness และ cosmetic จากท้องถิ่น แสดงให้เห็นศักยภาพของภูเก็ตในการต่อยอดผลไม้ GI สู่สินค้าคุณภาพสูง แบรนด์ SAI SAI ได้รับการจดจำในระดับเบื้องต้น เริ่มมีฐานลูกค้าทดลองใช้ และรีวิวในกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว วางแผนพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ในการจัดจำหน่ายในปีต่อไป | ชุมชนท้องถิ่น: เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ชาวประมงผู้เล้ยงกุ้งมังกร แรงงานในพื้นที่ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / ชุมชนท้องถิ่น: ประกอบด้วยกลุ่มประชาชนในพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมของบริษัท ได้แก่ 1.เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดภูเก็ต ซึ่งเป็นผลผลิตท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ มีรายได้จากการสับปะรดผลสดเพิ่มขึ้นจากราคาผลละ 15 บาทเป็น 50 บาท มีการยกระดับสินค้าพรีเมี่ยมในโครงการอ่องหล่ายโปปี่เป้งอ้าน ราคากล่องละ 299 บาท ชาวประมงผู้เลี้ยงกุ้งมังกร ที่มีศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ แรงงานในพื้นที่ ที่ได้รับโอกาสในการจ้างงานและพัฒนาทักษะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป ที่แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและอาหารทะเลเพื่อเพิ่มมูลค่า) ภาครัฐ: อาทิ จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานส่งเสริม SME และเศรษฐกิจฐานราก (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / ภาครัฐ ได้แก่ หน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เช่น จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจฐานรากและนวัตกรรม เป็นต้น ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผ่านการจัดสรรงบประมาณ การวางนโยบาย การสร้างกลไกส่งเสริมการตลาด การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ และการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคส่วนอื่นๆ ) | หน่วยวัด: 2 ผู้มีส่วนได้เสีย
เชิงลึก: ระยะเวลา: 12 เดือน | มียอดขายกุ้งมังกร 35-40 ล้านบาท ภาครัฐสามารถลดภาระและปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรา หน่วยงานสามารถนำกิจกรรมบริษัทไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ทันที เงินสะพัดหมุนเวียนในจังหวัดภูเก็ต 400 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ในระดับตำบล/อำเภอ เพิ่มโอกาสใช้กลไกท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม Phuket Lobster ได้รับการบรรจุการจดทะเบียนเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) ในแผนปฏิบัติการประจำปี 2568 ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะเกษตรกรในช่วงเทศกาลซึ่งมีรายได้เพิ่ม และร้านค้าชุมชนมียอดขายที่เติบโต การรับรู้มูลค่าทางวัฒนธรรม ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าของ “สับปะรดภูเก็ตแท้” ในฐานะผลไม้มงคล เชื่อมโยงกับแนวคิด "โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความหวานในชีวิต" ตามความเชื่อจีน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้า GI: สับปะรดภูเก็ตมีมูลค่าทางตลาดและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงสูงมากขึ้น มูลค่าราคาจำหน่ายสับปะรดเพิ่มขึ้น:จากราคาปกติ 25–40 บาท/ลูก → เพิ่มเป็น 80 บาท/ลูก (เพิ่มขึ้น 100%) เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับสับปะรดภูเก็ต จากผลผลิตเกรดรองที่ขายได้เพียง 5–7 บาท/ลูก → เมื่อนำมาแปรรูปมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 300–500 บาท/ชิ้น สร้างจุดขายใหม่ในอุตสาหกรรม wellness และ cosmetic จากท้องถิ่น แสดงให้เห็นศักยภาพของภูเก็ตในการต่อยอดผลไม้ GI สู่สินค้าคุณภาพสูง แบรนด์ SAI SAI ได้รับการจดจำในระดับเบื้องต้น เริ่มมีฐานลูกค้าทดลองใช้ และรีวิวในกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว วางแผนพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ในการจัดจำหน่ายในปีต่อไป | ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk) ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ (ถ้าเกิดเหตุมีการระบาดของโรคจะเป็นอุปสรรคในการจัดงาน) (เนื่องจากเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ) (จำนวนพื้นที่ปลูกลดลง ทำให้เกษตรกรยกเลิกการปลุก) (เนื่องจากเป็นสินค้าการเกษตร ภาะโลกร้อนมีผลต่อภาคการผลิต) (สภาพภูมิอากาศ) (ความมุ่งมั่นของชุมชน และการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอาง) |
ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับชุมชน การจำแนกประเภทผลกระทบ - | มียอดขายกุ้งมังกร 35-40 ล้านบาท ภาครัฐสามารถลดภาระและปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรา หน่วยงานสามารถนำกิจกรรมบริษัทไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ทันที แรงงานในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลากหลายโดยเฉพาะช่วงกิจกรรมเทศกาลหรือฤดูกาลท่องเที่ยว พัฒนาทักษะอาชีพใหม่ให้กับแรงงานชุมชน เช่น ทักษะด้านการแปรรูปสินค้า การตลาดออนไลน์ การบริการนักท่องเที่ยว ส่งผลให้แรงงานสามารถปรับตัวกับเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ดีขึ้น ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานแรงงาน สามารถทำงานในท้องถิ่นของตนเองได้ ไม่ต้องออกไปหางานในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเองโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและแรงงานรุ่นใหม่ที่มีส่วนในการผลิตสินค้าท้องถิ่นและบริการนักท่องเที่ยว เงินสะพัดหมุนเวียนในจังหวัดภูเก็ต 400 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ในระดับตำบล/อำเภอ เพิ่มโอกาสใช้กลไกท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร: นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ได้รับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่น รายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินสดลง รายได้รวมจากการจำหน่ายสับปะรดช่วงแคมเปญ: กว่า 300,000 บาท รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะเกษตรกรในช่วงเทศกาลซึ่งมีรายได้เพิ่ม และร้านค้าชุมชนมียอดขายที่เติบโต การรับรู้มูลค่าทางวัฒนธรรม ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าของ “สับปะรดภูเก็ตแท้” ในฐานะผลไม้มงคล เชื่อมโยงกับแนวคิด "โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความหวานในชีวิต" ตามความเชื่อจีน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้า GI: สับปะรดภูเก็ตมีมูลค่าทางตลาดและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงสูงมากขึ้น มูลค่าราคาจำหน่ายสับปะรดเพิ่มขึ้น:จากราคาปกติ 25–40 บาท/ลูก → เพิ่มเป็น 80 บาท/ลูก (เพิ่มขึ้น 100%) เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับสับปะรดภูเก็ต จากผลผลิตเกรดรองที่ขายได้เพียง 5–7 บาท/ลูก → เมื่อนำมาแปรรูปมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 300–500 บาท/ชิ้น แบรนด์ SAI SAI ได้รับการจดจำในระดับเบื้องต้น เริ่มมีฐานลูกค้าทดลองใช้ และรีวิวในกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว วางแผนพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ในการจัดจำหน่ายในปีต่อไป | ชุมชนท้องถิ่น: เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ชาวประมงผู้เล้ยงกุ้งมังกร แรงงานในพื้นที่ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / ชุมชนท้องถิ่น: ประกอบด้วยกลุ่มประชาชนในพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมของบริษัท ได้แก่ 1.เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดภูเก็ต ซึ่งเป็นผลผลิตท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ มีรายได้จากการสับปะรดผลสดเพิ่มขึ้นจากราคาผลละ 15 บาทเป็น 50 บาท มีการยกระดับสินค้าพรีเมี่ยมในโครงการอ่องหล่ายโปปี่เป้งอ้าน ราคากล่องละ 299 บาท ชาวประมงผู้เลี้ยงกุ้งมังกร ที่มีศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ แรงงานในพื้นที่ ที่ได้รับโอกาสในการจ้างงานและพัฒนาทักษะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป ที่แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและอาหารทะเลเพื่อเพิ่มมูลค่า) ภาครัฐ: อาทิ จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานส่งเสริม SME และเศรษฐกิจฐานราก (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / ภาครัฐ ได้แก่ หน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เช่น จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจฐานรากและนวัตกรรม เป็นต้น ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผ่านการจัดสรรงบประมาณ การวางนโยบาย การสร้างกลไกส่งเสริมการตลาด การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ และการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคส่วนอื่นๆ ) แรงงานในพื้นที่ (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / แรงงานในพื้นที่ หมายถึงกลุ่มคนในชุมชนที่ประกอบด้วยแรงงานทั่วไป แรงงานฝีมือ และแรงงานที่ขาดโอกาส ทั้งกลุ่มผู้ว่างงาน แรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ หรือเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ซึ่งมีศักยภาพในการเข้าร่วมกิจกรรมการผลิต การแปรรูป หรือการบริการในภาคการท่องเที่ยวของท้องถิ่น บริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด มีบทบาทในการเปิดพื้นที่สร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานเหล่านี้ เพื่อให้สามารถมีรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิต) | หน่วยวัด: 3 ผู้มีส่วนได้เสีย
เชิงลึก: ระยะเวลา: 12 เดือน | มียอดขายกุ้งมังกร 35-40 ล้านบาท ภาครัฐสามารถลดภาระและปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรา หน่วยงานสามารถนำกิจกรรมบริษัทไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ทันที แรงงานในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลากหลายโดยเฉพาะช่วงกิจกรรมเทศกาลหรือฤดูกาลท่องเที่ยว พัฒนาทักษะอาชีพใหม่ให้กับแรงงานชุมชน เช่น ทักษะด้านการแปรรูปสินค้า การตลาดออนไลน์ การบริการนักท่องเที่ยว ส่งผลให้แรงงานสามารถปรับตัวกับเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ดีขึ้น ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานแรงงาน สามารถทำงานในท้องถิ่นของตนเองได้ ไม่ต้องออกไปหางานในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเองโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและแรงงานรุ่นใหม่ที่มีส่วนในการผลิตสินค้าท้องถิ่นและบริการนักท่องเที่ยว เงินสะพัดหมุนเวียนในจังหวัดภูเก็ต 400 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ในระดับตำบล/อำเภอ เพิ่มโอกาสใช้กลไกท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร: นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ได้รับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่น รายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินสดลง รายได้รวมจากการจำหน่ายสับปะรดช่วงแคมเปญ: กว่า 300,000 บาท รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะเกษตรกรในช่วงเทศกาลซึ่งมีรายได้เพิ่ม และร้านค้าชุมชนมียอดขายที่เติบโต การรับรู้มูลค่าทางวัฒนธรรม ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าของ “สับปะรดภูเก็ตแท้” ในฐานะผลไม้มงคล เชื่อมโยงกับแนวคิด "โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความหวานในชีวิต" ตามความเชื่อจีน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้า GI: สับปะรดภูเก็ตมีมูลค่าทางตลาดและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงสูงมากขึ้น มูลค่าราคาจำหน่ายสับปะรดเพิ่มขึ้น:จากราคาปกติ 25–40 บาท/ลูก → เพิ่มเป็น 80 บาท/ลูก (เพิ่มขึ้น 100%) เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับสับปะรดภูเก็ต จากผลผลิตเกรดรองที่ขายได้เพียง 5–7 บาท/ลูก → เมื่อนำมาแปรรูปมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 300–500 บาท/ชิ้น แบรนด์ SAI SAI ได้รับการจดจำในระดับเบื้องต้น เริ่มมีฐานลูกค้าทดลองใช้ และรีวิวในกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว วางแผนพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ในการจัดจำหน่ายในปีต่อไป | ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk) ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ (ถ้าเกิดเหตุมีการระบาดของโรคจะเป็นอุปสรรคในการจัดงาน) (เนื่องจากเป็นสินค้าการเกษตร ภาะโลกร้อนมีผลต่อภาคการผลิต) (จำนวนพื้นที่ปลูกลดลง ทำให้เกษตรกรยกเลิกการปลุก) (เนื่องจากเป็นสินค้าการเกษตร ภาะโลกร้อนมีผลต่อภาคการผลิต) (สภาพภูมิอากาศ) (ความมุ่งมั่นของชุมชน และการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอาง) |
สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนและสิ่งแวดล้อ การจำแนกประเภทผลกระทบ ผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Benefit stakeholders): องค์กรส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้ผลลัพธ์มีความยั่งยืนมากขึ้น | แรงงานในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลากหลายโดยเฉพาะช่วงกิจกรรมเทศกาลหรือฤดูกาลท่องเที่ยว พัฒนาทักษะอาชีพใหม่ให้กับแรงงานชุมชน เช่น ทักษะด้านการแปรรูปสินค้า การตลาดออนไลน์ การบริการนักท่องเที่ยว ส่งผลให้แรงงานสามารถปรับตัวกับเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ดีขึ้น ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานแรงงาน สามารถทำงานในท้องถิ่นของตนเองได้ ไม่ต้องออกไปหางานในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเองโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและแรงงานรุ่นใหม่ที่มีส่วนในการผลิตสินค้าท้องถิ่นและบริการนักท่องเที่ยว ภาครัฐสามารถลดภาระและปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรา หน่วยงานสามารถนำกิจกรรมบริษัทไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ทันที องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ในระดับตำบล/อำเภอ เพิ่มโอกาสใช้กลไกท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม Phuket Lobster ได้รับการบรรจุการจดทะเบียนเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) ในแผนปฏิบัติการประจำปี 2568 ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานส่งเสริม SME และเศรษฐกิจฐานรากมีโมเดลที่ชัดเจน ใช้เป็นต้นแบบการบ่มเพาะผู้ประกอบการท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาสังคม เพิ่มความร่วมมือกับเอกชนในเชิงนโยบายแบบ Social Enterprise การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร: นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ได้รับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่น การรับรู้มูลค่าทางวัฒนธรรม ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าของ “สับปะรดภูเก็ตแท้” ในฐานะผลไม้มงคล เชื่อมโยงกับแนวคิด "โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความหวานในชีวิต" ตามความเชื่อจีน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้า GI: สับปะรดภูเก็ตมีมูลค่าทางตลาดและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงสูงมากขึ้น สร้างจุดขายใหม่ในอุตสาหกรรม wellness และ cosmetic จากท้องถิ่น แสดงให้เห็นศักยภาพของภูเก็ตในการต่อยอดผลไม้ GI สู่สินค้าคุณภาพสูง | แรงงานในพื้นที่ (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / แรงงานในพื้นที่ หมายถึงกลุ่มคนในชุมชนที่ประกอบด้วยแรงงานทั่วไป แรงงานฝีมือ และแรงงานที่ขาดโอกาส ทั้งกลุ่มผู้ว่างงาน แรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ หรือเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ซึ่งมีศักยภาพในการเข้าร่วมกิจกรรมการผลิต การแปรรูป หรือการบริการในภาคการท่องเที่ยวของท้องถิ่น บริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด มีบทบาทในการเปิดพื้นที่สร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานเหล่านี้ เพื่อให้สามารถมีรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิต) ภาครัฐ: อาทิ จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานส่งเสริม SME และเศรษฐกิจฐานราก (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / ภาครัฐ ได้แก่ หน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เช่น จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจฐานรากและนวัตกรรม เป็นต้น ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ผ่านการจัดสรรงบประมาณ การวางนโยบาย การสร้างกลไกส่งเสริมการตลาด การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ และการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคส่วนอื่นๆ ) ชุมชนท้องถิ่น: เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ชาวประมงผู้เล้ยงกุ้งมังกร แรงงานในพื้นที่ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / ชุมชนท้องถิ่น: ประกอบด้วยกลุ่มประชาชนในพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมของบริษัท ได้แก่ 1.เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดภูเก็ต ซึ่งเป็นผลผลิตท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ มีรายได้จากการสับปะรดผลสดเพิ่มขึ้นจากราคาผลละ 15 บาทเป็น 50 บาท มีการยกระดับสินค้าพรีเมี่ยมในโครงการอ่องหล่ายโปปี่เป้งอ้าน ราคากล่องละ 299 บาท ชาวประมงผู้เลี้ยงกุ้งมังกร ที่มีศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ แรงงานในพื้นที่ ที่ได้รับโอกาสในการจ้างงานและพัฒนาทักษะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป ที่แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและอาหารทะเลเพื่อเพิ่มมูลค่า) | หน่วยวัด: 3 ผู้มีส่วนได้เสีย
เชิงลึก: ระยะเวลา: 12 เดือน | แรงงานในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลากหลายโดยเฉพาะช่วงกิจกรรมเทศกาลหรือฤดูกาลท่องเที่ยว พัฒนาทักษะอาชีพใหม่ให้กับแรงงานชุมชน เช่น ทักษะด้านการแปรรูปสินค้า การตลาดออนไลน์ การบริการนักท่องเที่ยว ส่งผลให้แรงงานสามารถปรับตัวกับเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ดีขึ้น ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานแรงงาน สามารถทำงานในท้องถิ่นของตนเองได้ ไม่ต้องออกไปหางานในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเองโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและแรงงานรุ่นใหม่ที่มีส่วนในการผลิตสินค้าท้องถิ่นและบริการนักท่องเที่ยว ภาครัฐสามารถลดภาระและปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรา หน่วยงานสามารถนำกิจกรรมบริษัทไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ทันที องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ในระดับตำบล/อำเภอ เพิ่มโอกาสใช้กลไกท้องถิ่นสนับสนุนกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม Phuket Lobster ได้รับการบรรจุการจดทะเบียนเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) ในแผนปฏิบัติการประจำปี 2568 ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานส่งเสริม SME และเศรษฐกิจฐานรากมีโมเดลที่ชัดเจน ใช้เป็นต้นแบบการบ่มเพาะผู้ประกอบการท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาสังคม เพิ่มความร่วมมือกับเอกชนในเชิงนโยบายแบบ Social Enterprise การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร: นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ได้รับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่น การรับรู้มูลค่าทางวัฒนธรรม ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าของ “สับปะรดภูเก็ตแท้” ในฐานะผลไม้มงคล เชื่อมโยงกับแนวคิด "โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความหวานในชีวิต" ตามความเชื่อจีน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้า GI: สับปะรดภูเก็ตมีมูลค่าทางตลาดและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงสูงมากขึ้น สร้างจุดขายใหม่ในอุตสาหกรรม wellness และ cosmetic จากท้องถิ่น แสดงให้เห็นศักยภาพของภูเก็ตในการต่อยอดผลไม้ GI สู่สินค้าคุณภาพสูง | ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk) ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ ความเสี่ยงในการดำเนินการ ความเสี่ยงในการดำเนินการ (เนื่องจากเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ) |
คำถามเพื่อการไตร่ตรอง | ผลลัพธ์เชื่อมโยงกับเป้าหมาย SDGs และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร? ผลลัพธ์ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีเพียงใด? ผลลัพธ์อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ป-โดยเกณฑ์ทางสังคม/ระบบนิเวศหรือไม่? | เราจะระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีขึ้นโดยพิจารณาจากคุณสมบัติหรือปัญหาที่พวกเขาเผชิญได้อย่างไร? จำเป็นหรือไม่ ที่ต้องจำแนกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ละเอียดขึ้นเพื่อนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น? จำเป็นหรือไม่ ที่ควรจัดสรรทรัพยากรให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความต้องการสูงสุดหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด | การเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ (เชิงลึก) ก่อให้เกิดความแตกต่างที่มีนัยสำคัญหรือไม่? ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่นานกว่าระยะเวลาที่ดำเนินการหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น เราจะจัดการและติดตามเรื่องนี้อย่างไร? | อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่ดี แม้ไม่ได้ดำเนินการ? ฝ่ายอื่นมีส่วนช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์แบบเดียวกันหรือไม่? จำเป็นหรือไม่ ที่ควรจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม ตามลำดับที่เรามีส่วนร่วมมากที่สุด | ความเสี่ยงที่ระบุไว้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นและความรุนแรงมากน้อยเพียงใด? อะไรคือสิ่งที่ทำได้เพื่อลดความเสี่ยง? |