← Back to Project

Summary per 5 dimensions of impact

Hischool การช่วยเหลือและส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการทางการเคลื่อนไหวทางร่างกาย

5 Dimensions of impactWhatWhoHow MuchContributionRisk

การช่วยเหลือและส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการทางการเคลื่อนไหวทางร่างกาย โครงการนี้สามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้หลายข้อ ดังนี้: 1. Goal 1: No Poverty. ขจัดความยากจน :สร้างรายได้ให้ผู้พิการ ช่วยลดภาระครอบครัว

Impact Classification

Benefit stakeholders: Organization actively maintaining and improving well-being of stakeholders so that the outcome is within the sustainable range

1.ผู้พิการมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,500 → 5,000 บาท/เดือน

ผู้พิการ (Direct beneficiary / ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสด้านอาชีพและเศรษฐกิจ แม้จะมีศักยภาพและความสามารถเฉพาะตัว แต่กลับถูกจำกัดโดยอุปสรรคเชิงกายภาพ สังคม และความไม่พร้อมของระบบสนับสนุน ผู้พิการจึงมักตกอยู่ในภาวะว่างงานหรือมีรายได้ต่ำ ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ผ่านการจ้างงาน การฝึกทักษะอาชีพ และการส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์)

Scale: 1 Stakeholder

  • ผู้พิการ

Depth:

การเปลี่ยนแปลงของรายได้ ความมั่นใจ และความสัมพันธ์ในครอบครัวของผู้พิการ

From 0 → target 25 คน

Duration: 12 Month

1.ผู้พิการมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,500 → 5,000 บาท/เดือน

External risk

2. SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ : ส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการให้มีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

Impact Classification

Benefit stakeholders: Organization actively maintaining and improving well-being of stakeholders so that the outcome is within the sustainable range

1.หน่วยงานรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายด้าน SDG และการส่งเสริมสังคมผู้พิการได้จริง

รัฐ/องค์กรรัฐ (Direct beneficiary / หน่วยงานภาครัฐและองค์กรของรัฐ เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กรมการจัดหางาน, สำนักงานสวัสดิการ และหน่วยงานท้องถิ่น มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายการจ้างงานผู้พิการภายใต้กฎหมายมาตรา 33 และ 35 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม รัฐจึงเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการที่ผู้พิการสามารถเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างยั่งยืน ลดภาระการพึ่งพารัฐ และบรรลุเป้าหมายเชิงนโยบายที่จับต้องได้)

Scale: 1 Stakeholder

  • รัฐ/องค์กรรัฐ

Depth:

มีการกำหนดแนวทางหรือออกประกาศเพื่อรองรับการจ้างงานผู้พิการในระดับจังหวัด/กลุ่มพื้นที่

From 0 → target 1 จังหวัด

Duration: 12 Month

1.หน่วยงานรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายด้าน SDG และการส่งเสริมสังคมผู้พิการได้จริง

External risk

3. SDG 10 ลดความเหลื่อมล้ำ :เปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ

Impact Classification

Benefit stakeholders: Organization actively maintaining and improving well-being of stakeholders so that the outcome is within the sustainable range

1.ลูกค้ารู้สึก “มีส่วนร่วม” ในการช่วยเหลือสังคมผ่านพฤติกรรมการบริโภค

ลูกค้า/ประชาชน (Direct beneficiary / ลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่เข้าถึงสินค้าและบริการจากผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรา 35 สินค้าจากชุมชน หรือบริการที่ปรับตามความสามารถของกลุ่มเปราะบาง กลุ่มประชาชนเหล่านี้ได้รับโอกาสในการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก (conscious consumption) และกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันยังได้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ยุติธรรม)

Scale: 1 Stakeholder

  • ลูกค้า/ประชาชน

Depth:

ระดับความรู้สึก “มีส่วนร่วม” ในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านการบริโภค ของ“สินค้าจากมาตรา 35

From 1 → target 100 ต่อเดือน

Duration: 12 Month

1.ลูกค้ารู้สึก “มีส่วนร่วม” ในการช่วยเหลือสังคมผ่านพฤติกรรมการบริโภค

External risk

4. SDG 17 หุ้นส่วนความร่วมมือ :สร้างความร่วมมือระหว่างเอกชน-รัฐ-วิสาหกิจเพื่อสังคม

Impact Classification

Contribute to solutions: Organization improves the well-being so that outcome is within the sustainable range, where the outcome had been unsustainable prior to engaging with the organization through no fault of the organization itself

1.หน่วยงานรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายด้าน SDG และการส่งเสริมสังคมผู้พิการได้จริง

1.ผู้ประกอบการมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็น ESG และการจ้างงานผู้พิการ 2.ลดต้นทุนบางส่วนจากการจ้างแรงงานผู้พิการตามกลไกมาตรา 35 แทนการจ่ายเงินเข้ากองทุน

รัฐ/องค์กรรัฐ (Direct beneficiary / หน่วยงานภาครัฐและองค์กรของรัฐ เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กรมการจัดหางาน, สำนักงานสวัสดิการ และหน่วยงานท้องถิ่น มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายการจ้างงานผู้พิการภายใต้กฎหมายมาตรา 33 และ 35 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม รัฐจึงเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการที่ผู้พิการสามารถเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างยั่งยืน ลดภาระการพึ่งพารัฐ และบรรลุเป้าหมายเชิงนโยบายที่จับต้องได้)

ผู้ประกอบการ (Indirect beneficiary / ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มธุรกิจ SME หรือร้านค้าในชุมชนที่มีความสนใจในการสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการหรือรับผลิตภัณฑ์มาตรา 35 เพื่อใช้ในกิจการของตนเอง โดยผู้ประกอบการเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสทางตลาดแก่ผู้พิการ ช่วยสร้างรายได้และเพิ่มศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งได้รับประโยชน์ทางภาพลักษณ์ และสามารถลดต้นทุนผ่านกลไกความร่วมมือทางสังคม)

Scale: 2 Stakeholder

  • รัฐ/องค์กรรัฐ
  • ผู้ประกอบการ

Depth:

มีการกำหนดแนวทางหรือออกประกาศเพื่อรองรับการจ้างงานผู้พิการในระดับจังหวัด/กลุ่มพื้นที่

From 0 → target 1 จังหวัด

การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในระยะยาว (ไม่ใช่จ้างงานแบบครั้งเดียวแล้วเลิก)

From 1 → target 5 ราย

Duration: 12 Month

1.หน่วยงานรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายด้าน SDG และการส่งเสริมสังคมผู้พิการได้จริง

1.ผู้ประกอบการมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็น ESG และการจ้างงานผู้พิการ 2.ลดต้นทุนบางส่วนจากการจ้างแรงงานผู้พิการตามกลไกมาตรา 35 แทนการจ่ายเงินเข้ากองทุน

External risk

External risk

Questions for reflection

How does the outcome maps to the SDGs and associated targets?

How well does the outcome meet the needs of the stakeholders?

Does the outcome fall in an acceptable range determined by societal/ecological threshold?

How can we target stakeholders more effectively based on their characteristics or problems they face?

Is it necessary to segment stakeholders further to create more targeted solutions?

Is it necessary to reallocate resources towards stakeholders who have the highest need or are likely to experience the largest degree of change

Does the change in outcome (depth) constitute a significant difference?

Is the impact expected to last beyond the intervention period? If so, how shall we manage and monitor that?

What would have happened anyway?

Did other actors help contribute to the same set of outcomes?

Is it necessary to re-prioritize actions where we have the most significant contribution?

What are the likelihood and severity of the risks identified?

What can be done to mitigate the risks?