← กลับไปหน้าโครงการ

สรุปมิติห้าด้านของผลกระทบ

ElecAnima "แปรขยะสู่นวัตกรรมเพื่อชีวิตและสังคม"

มิติห้าด้านของผลกระทบอะไรใครเท่าไรการมีส่วนร่วมของเราต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นความเสี่ยง

ลดการทิ้งขยะ E-Waste ผิดที่โดยเราเข้าไปทำหน้าที่รับขยะไอทีจากออฟฟิศขนาดใหญ่ พร้อมออกรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit, ตั้งจุดรับขยะประเภทนี้ในแหล่งชุมชน เพื่อนำขยะเหล่านี้ผ่านกระบวนการรีไซเคิลแบบระบบปิดอย่างถูกวิธี ผ่านกระบวนการบำบัดขจัดสารตกค้างเพื่อป้องกันการหลุดรอดของสารพิษสู่ชั้นบรรยากาศและชุมชน และนำวัสดุที่แปรรูปกลับมาใช้ใหม่ลดการสร้างขยะเพิ่ม

การจำแนกประเภทผลกระทบ

การกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย (Act to avoid harm): อันตรายที่เกิดจากองค์กรลดลงและได้ผลลัพธ์ดีขึ้น ทำให้เข้าสู่ความยั่งยืนมากขึ้น

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / บริษัทเอกชนและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวนอย่างน้อย 50 แห่ง ที่มีนโยบายโละเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือตกรุ่นทุกๆ 3-5 ปี ปัจจุบันไม่มีช่องทางหรือผู้เชี่ยวชาญในการดักจับและส่งขยะเหล่านี้ไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy))

หน่วยวัด: 1 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 36 เดือน

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

(โครงการได้ประเมินความเสี่ยงสำคัญ 2 ประเด็น พร้อมแนวทางบริหารจัดการ (Mitigation) ดังนี้ 1.ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด (มลพิษทางอากาศระหว่างกระบวนการหลอม)รายละเอียด: ในกระบวนการหลอมพลาสติกวิศวกรรม ABS/PC จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากใช้ความร้อนสูงเกินไปจนเกิดการไหม้เกรียม (Combustion) อาจก่อให้เกิดแก๊สพิษกลิ่นฉุนรุนแรง สารกันไฟลามโบรมีนระเหย หรือสารก่อมะเร็งกลุ่มไดออกซินและฟิวแรน ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบทางสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบข้างและนำไปสู่การต่อต้านโครงการแนวทางแก้ไข: ในเฟสแรก โครงการจะไม่ตั้งโรงงานหลอมเองในชุมชน แต่จะใช้โมเดล Asset-Light โดยการจ้างโรงงานแปรรูปภายนอก (OEM) ที่ได้รับใบอนุญาต รง.4 ประเภท 106 ซึ่งมีมาตรฐานเครื่องจักรระบบปิดควบคุมอุณหภูมิคงที่อย่างเข้มงวด (ABS คุมที่ 220°C / PC คุมที่ 280°C) เพื่อให้พลาสติกเพียงแค่หลอมเหลวแต่ไม่ไหม้ไฟ พร้อมติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นและแก๊สพิษด้วยระบบ Wet Scrubber และ Activated Carbon Filter ที่ได้มาตรฐานสากล 2.ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (ความผันผวนและการปนเปื้อนของวัตถุดิบต้นน้ำ)รายละเอียด: คุณภาพของพลาสติกจากเคสคอมพิวเตอร์และมือถือเก่าที่เก็บรวบรวมมาอาจมีความแตกต่างกัน มีสติกเกอร์ คราบกาว หรือเศษน็อตโลหะชิ้นเล็กปนเปื้อน ซึ่งหากคัดแยกไม่ดี ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจทำความเสียหายต่อหัวรีดพลาสติกของโรงงาน และทำให้ไม้เทียมรีไซเคิลสูญเสียโครงสร้างความแข็งแรงทางวิศวกรรมแนวทางแก้ไข: โครงการร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในการตั้งสถานีคัดแยกและแกะชิ้นส่วนโลหะ/แผงวงจรต้นน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มขั้นตอนการบำบัดขัดลอกชั้นสีผิวภายนอกและล้างทำความสะอาดชิ้นพลาสติกบด (Flakes) ให้บริสุทธิ์ 100% ก่อนส่งเข้ากระบวนการหลอมอัดแท่ง เพื่อให้ได้ไม้เทียมที่มีความทนทานสูง 15-25 ปี ปลอดภัยต่อการกัดแทะของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง")

การลดขยะฝังกลบ มีระบบหลอมปิดและบำบัดสารตกค้าง ช่วยปกป้องดินและแหล่งน้ำจืดไม่ให้ปนเปื้อนแก๊สพิษ E-Waste อัปไซเคิลวัสดุสู่บ้านและรั้วสัตว์เลี้ยงที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนไม้เทียมให้ศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด ทางเราใช้ระบบ Data Tracking เพื่อรวมมูลค่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมเข้าสู่รายงานความยั่งยืนของภาคธุรกิจ

การจำแนกประเภทผลกระทบ

ผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Benefit stakeholders): องค์กรส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้ผลลัพธ์มีความยั่งยืนมากขึ้น

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

ศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดสามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมแซมและจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง และมีพื้นที่กักกันสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย ปลอดปลวก และทนแดดทนฝนในระยะยาว

อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / บริษัทเอกชนและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวนอย่างน้อย 50 แห่ง ที่มีนโยบายโละเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือตกรุ่นทุกๆ 3-5 ปี ปัจจุบันไม่มีช่องทางหรือผู้เชี่ยวชาญในการดักจับและส่งขยะเหล่านี้ไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy))

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด (ฝั่งสังคม/ผู้รับบริจาค) (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / กลุ่มผู้สูงอายุในวิสาหกิจชุมชนรอบพื้นที่โรงงานแปรรูป (ผู้รับจ้างคัดแยกชิ้นส่วนขั้นต้น) และศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดในจังหวัดปริมณฑลที่ต้องดูแลสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมากภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ)

หน่วยวัด: 2 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด (ฝั่งสังคม/ผู้รับบริจาค)

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 36 เดือน

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

ศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดสามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมแซมและจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง และมีพื้นที่กักกันสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย ปลอดปลวก และทนแดดทนฝนในระยะยาว

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk)

ความเสี่ยงด้านความทนทาน

(โครงการได้ประเมินความเสี่ยงสำคัญ 2 ประเด็น พร้อมแนวทางบริหารจัดการ (Mitigation) ดังนี้ 1.ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด (มลพิษทางอากาศระหว่างกระบวนการหลอม)รายละเอียด: ในกระบวนการหลอมพลาสติกวิศวกรรม ABS/PC จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากใช้ความร้อนสูงเกินไปจนเกิดการไหม้เกรียม (Combustion) อาจก่อให้เกิดแก๊สพิษกลิ่นฉุนรุนแรง สารกันไฟลามโบรมีนระเหย หรือสารก่อมะเร็งกลุ่มไดออกซินและฟิวแรน ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบทางสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบข้างและนำไปสู่การต่อต้านโครงการแนวทางแก้ไข: ในเฟสแรก โครงการจะไม่ตั้งโรงงานหลอมเองในชุมชน แต่จะใช้โมเดล Asset-Light โดยการจ้างโรงงานแปรรูปภายนอก (OEM) ที่ได้รับใบอนุญาต รง.4 ประเภท 106 ซึ่งมีมาตรฐานเครื่องจักรระบบปิดควบคุมอุณหภูมิคงที่อย่างเข้มงวด (ABS คุมที่ 220°C / PC คุมที่ 280°C) เพื่อให้พลาสติกเพียงแค่หลอมเหลวแต่ไม่ไหม้ไฟ พร้อมติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นและแก๊สพิษด้วยระบบ Wet Scrubber และ Activated Carbon Filter ที่ได้มาตรฐานสากล 2.ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (ความผันผวนและการปนเปื้อนของวัตถุดิบต้นน้ำ)รายละเอียด: คุณภาพของพลาสติกจากเคสคอมพิวเตอร์และมือถือเก่าที่เก็บรวบรวมมาอาจมีความแตกต่างกัน มีสติกเกอร์ คราบกาว หรือเศษน็อตโลหะชิ้นเล็กปนเปื้อน ซึ่งหากคัดแยกไม่ดี ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจทำความเสียหายต่อหัวรีดพลาสติกของโรงงาน และทำให้ไม้เทียมรีไซเคิลสูญเสียโครงสร้างความแข็งแรงทางวิศวกรรมแนวทางแก้ไข: โครงการร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในการตั้งสถานีคัดแยกและแกะชิ้นส่วนโลหะ/แผงวงจรต้นน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มขั้นตอนการบำบัดขัดลอกชั้นสีผิวภายนอกและล้างทำความสะอาดชิ้นพลาสติกบด (Flakes) ให้บริสุทธิ์ 100% ก่อนส่งเข้ากระบวนการหลอมอัดแท่ง เพื่อให้ได้ไม้เทียมที่มีความทนทานสูง 15-25 ปี ปลอดภัยต่อการกัดแทะของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง")

(1.ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (การพึ่งพาเงินบริจาคหรือความไม่ต่อเนื่องของโครงการ): หากโครงการเกิดการหยุดชะงักหลังสิ้นสุดระยะดำเนินการ 36 เดือน ผลกระทบเชิงบวกที่ศูนย์พักพิงได้รับอาจเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว โครงการจึงจัดการความเสี่ยงนี้โดยการใช้โมเดลธุรกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่นำกำไรส่วนหนึ่งจากการขายบ้านสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียมของรายการที่ 2 มาตั้งเป็น 'กองทุนสนับสนุนเพื่อสวัสดิภาพสัตว์จรจัดในระยะยาว' เพื่อให้ระบบการผลิตและบริจาคไม้เทียมสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ด้วยตัวเองในเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน 2.ความเสี่ยงด้านความทนทาน (ความชำรุดเสียหายจากสภาพแวดล้อมและการใช้งาน): เนื่องจากศูนย์พักพิงสัตว์ตั้งอยู่กลางแจ้งและสัตว์จำนวนมากอาจมีพฤติกรรมการขูดขีดหรือกัดแทะอย่างรุนแรง หากวัสดุไม่ทนทานพออาจชำรุดก่อนเวลา โครงการจึงขจัดความเสี่ยงนี้โดยการเลือกใช้พลาสติกเกรดวิศวกรรม ABS/PC ซึ่งมีความเหนียวและเสถียรทางโครงสร้างสูงมาก พร้อมทดสอบการรับแรงกระแทกและการทนแดดทนฝนยาวนาน 15-25 ปี เพื่อรับประกันว่าวัสดุจะสามารถใช้งานในศูนย์พักพิงได้อย่างคุ้มค่าและยาวนานจริง)

หมุนเวียนพลาสติก E-Waste มาใช้ทดแทนวัสดุใหม่ ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตปิโตรเคมีต้นน้ำ ตั้งจุดรับขยะในชุมชนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการลดมลพิษทางภูมิอากาศ การให้บริการ Data Tracking / Carbon Credit เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรเอกชนในการรายงานและรับมือกับภาวะโลกร้อน(ESG)

การจำแนกประเภทผลกระทบ

มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา (Contribute to solutions): องค์กรส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อให้ผลลัพธ์มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยที่ผลลัพธ์ที่ไม่ยั่งยืนที่เกิดขึ้นก่อนที่จะร่วมกับองค์กรนั้น ไม่ใช่ความผิดจากการดำเนินการขององค์กร

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / บริษัทเอกชนและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวนอย่างน้อย 50 แห่ง ที่มีนโยบายโละเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือตกรุ่นทุกๆ 3-5 ปี ปัจจุบันไม่มีช่องทางหรือผู้เชี่ยวชาญในการดักจับและส่งขยะเหล่านี้ไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy))

หน่วยวัด: 1 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 36 เดือน

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

(โครงการได้ประเมินความเสี่ยงสำคัญ 2 ประเด็น พร้อมแนวทางบริหารจัดการ (Mitigation) ดังนี้ 1.ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด (มลพิษทางอากาศระหว่างกระบวนการหลอม)รายละเอียด: ในกระบวนการหลอมพลาสติกวิศวกรรม ABS/PC จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากใช้ความร้อนสูงเกินไปจนเกิดการไหม้เกรียม (Combustion) อาจก่อให้เกิดแก๊สพิษกลิ่นฉุนรุนแรง สารกันไฟลามโบรมีนระเหย หรือสารก่อมะเร็งกลุ่มไดออกซินและฟิวแรน ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบทางสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบข้างและนำไปสู่การต่อต้านโครงการแนวทางแก้ไข: ในเฟสแรก โครงการจะไม่ตั้งโรงงานหลอมเองในชุมชน แต่จะใช้โมเดล Asset-Light โดยการจ้างโรงงานแปรรูปภายนอก (OEM) ที่ได้รับใบอนุญาต รง.4 ประเภท 106 ซึ่งมีมาตรฐานเครื่องจักรระบบปิดควบคุมอุณหภูมิคงที่อย่างเข้มงวด (ABS คุมที่ 220°C / PC คุมที่ 280°C) เพื่อให้พลาสติกเพียงแค่หลอมเหลวแต่ไม่ไหม้ไฟ พร้อมติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นและแก๊สพิษด้วยระบบ Wet Scrubber และ Activated Carbon Filter ที่ได้มาตรฐานสากล 2.ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (ความผันผวนและการปนเปื้อนของวัตถุดิบต้นน้ำ)รายละเอียด: คุณภาพของพลาสติกจากเคสคอมพิวเตอร์และมือถือเก่าที่เก็บรวบรวมมาอาจมีความแตกต่างกัน มีสติกเกอร์ คราบกาว หรือเศษน็อตโลหะชิ้นเล็กปนเปื้อน ซึ่งหากคัดแยกไม่ดี ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจทำความเสียหายต่อหัวรีดพลาสติกของโรงงาน และทำให้ไม้เทียมรีไซเคิลสูญเสียโครงสร้างความแข็งแรงทางวิศวกรรมแนวทางแก้ไข: โครงการร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในการตั้งสถานีคัดแยกและแกะชิ้นส่วนโลหะ/แผงวงจรต้นน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มขั้นตอนการบำบัดขัดลอกชั้นสีผิวภายนอกและล้างทำความสะอาดชิ้นพลาสติกบด (Flakes) ให้บริสุทธิ์ 100% ก่อนส่งเข้ากระบวนการหลอมอัดแท่ง เพื่อให้ได้ไม้เทียมที่มีความทนทานสูง 15-25 ปี ปลอดภัยต่อการกัดแทะของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง")

ปัจจุบันมีงานวิจัยรองรับชัดเจนว่า สัตว์เลี้ยงช่วยลดภาวะซึมเศร้า ความเครียด และความโดดเดี่ยวของคนเมือง การที่สร้างบ้านสัตว์เลี้ยงที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีระเหยปนเปื้อนในที่อยู่อาศัย ย่อมส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของที่ใช้ชีวิตร่วมกันในห้องหรือในบ้าน

การจำแนกประเภทผลกระทบ

ผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Benefit stakeholders): องค์กรส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้ผลลัพธ์มีความยั่งยืนมากขึ้น

สัตว์เลี้ยงมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย 100% ตลอดอายุขัย ปลอดภัยจากการกลืนกินเศษเสี้ยนวัสดุและไร้สารเคมีตกค้างในที่ร่มยกระดับสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียด ความเหงา ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและคนเมืองที่เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก

กลุ่มคนรักสัตว์ในสังคมสูงวัยและคนเมือง (ฝั่งผู้ซื้อ/ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์) (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / กลุ่มผู้สูงอายุวัยเกษียณและคนเมืองที่อาศัยในคอนโด/ทาวน์โฮม (กลุ่มทดลองเป้าหมาย 500 คนในปีแรก) ที่เผชิญความเหงาและหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กเสมือนลูก (Pet Humanization) มีพฤติกรรมยินดีจ่ายสูงเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง)

หน่วยวัด: 1 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • กลุ่มคนรักสัตว์ในสังคมสูงวัยและคนเมือง (ฝั่งผู้ซื้อ/ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์)

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 36 เดือน

สัตว์เลี้ยงมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย 100% ตลอดอายุขัย ปลอดภัยจากการกลืนกินเศษเสี้ยนวัสดุและไร้สารเคมีตกค้างในที่ร่มยกระดับสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียด ความเหงา ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและคนเมืองที่เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก

ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ

(โครงการได้วิเคราะห์ความเสี่ยงของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียฝั่งคนรักสัตว์และแนวทางแก้ไขดังนี้ 1.ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ความคาดหวังด้านความปลอดภัยขั้นสูง): เนื่องจากกลุ่ม Pet Parents รักสัตว์เลี้ยงเสมือนลูก จึงมีความคาดหวังและความกังวลสูงมากเกี่ยวกับสารเคมีตกค้าง หากการสื่อสารแบรนด์ไม่ชัดเจนหรือขาดการรับรอง อาจทำให้ผู้บริโภคตีความผิดว่าสินค้ารีไซเคิลไม่ปลอดภัย โครงการจึงแก้ความเสี่ยงนี้โดยการส่งไม้เทียมทดสอบแล็บเคมี และร่วมมือกับสมาคมสัตวแพทย์เพื่อออกใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัย (Pet-Safe Certificate) สร้างความมั่นใจ 100% 2.ความเสี่ยงด้านการจัดความสำคัญ (การมองข้ามคุณค่าด้านสุขภาพจิต): หากโครงการมุ่งเน้นสื่อสารเฉพาะมิติการลดขยะ (E-Waste) มากเกินไป อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายมองไม่เห็นความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีต่อชีวิตประจำวัน โครงการจึงออกแบบคุณค่าแบรนด์ (Value Proposition) ใหม่ โดยเน้นชูประเด็นเรื่องการเยียวยาสุขภาพจิตของคนเมืองและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกันระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงตลอดอายุขัย เพื่อให้ตอบโจทย์เชิงลึกตามเป้าหมายขององค์กร")

ใช้ระบบนวัตกรรมคัดแยกและการบันทึกข้อมูลดิจิทัล(Data Tracking) เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านคาร์บอนเครดิตให้ภาคธุรกิจร่วมมือกันลดก๊าซเรือนกระจกสร้างห่วงโซ่ความร่วมมือที่ยั่งยืน โดยเชื่อมโยง ออฟฟิศเอกชน(ผู้ให้ขยะไอที)โรงงานอุตสาหกรรม(ผู้หลอมระบบปิด) ชุมชน(แรงงานคัดแยกและศูนย์พักพิงสัตว์) ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนร่วมกัน

การจำแนกประเภทผลกระทบ

มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา (Contribute to solutions): องค์กรส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อให้ผลลัพธ์มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยที่ผลลัพธ์ที่ไม่ยั่งยืนที่เกิดขึ้นก่อนที่จะร่วมกับองค์กรนั้น ไม่ใช่ความผิดจากการดำเนินการขององค์กร

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

กลุ่มผู้สูงอายุในวิสาหกิจชุมชนมีรายได้เสริมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในยุคสังคมสูงวัย

อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / บริษัทเอกชนและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวนอย่างน้อย 50 แห่ง ที่มีนโยบายโละเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือตกรุ่นทุกๆ 3-5 ปี ปัจจุบันไม่มีช่องทางหรือผู้เชี่ยวชาญในการดักจับและส่งขยะเหล่านี้ไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy))

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด (ฝั่งสังคม/ผู้รับบริจาค) (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / กลุ่มผู้สูงอายุในวิสาหกิจชุมชนรอบพื้นที่โรงงานแปรรูป (ผู้รับจ้างคัดแยกชิ้นส่วนขั้นต้น) และศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดในจังหวัดปริมณฑลที่ต้องดูแลสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมากภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ)

หน่วยวัด: 2 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • อาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด (ฝั่งสังคม/ผู้รับบริจาค)

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 36 เดือน

องค์กรพันธมิตรลดต้นทุนและภาระในการจัดการทำลายซากอุปกรณ์ไอทีเก่าลง 100% องค์กรได้รับรายงานผล Data Tracking / Carbon Credit (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 15 ตันคาร์บอนต่อปี) เพื่อใช้อ้างอิงในรายงานความยั่งยืนประจำปี (ESG)

กลุ่มผู้สูงอายุในวิสาหกิจชุมชนมีรายได้เสริมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในยุคสังคมสูงวัย

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านความทนทาน

(โครงการได้ประเมินความเสี่ยงสำคัญ 2 ประเด็น พร้อมแนวทางบริหารจัดการ (Mitigation) ดังนี้ 1.ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด (มลพิษทางอากาศระหว่างกระบวนการหลอม)รายละเอียด: ในกระบวนการหลอมพลาสติกวิศวกรรม ABS/PC จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากใช้ความร้อนสูงเกินไปจนเกิดการไหม้เกรียม (Combustion) อาจก่อให้เกิดแก๊สพิษกลิ่นฉุนรุนแรง สารกันไฟลามโบรมีนระเหย หรือสารก่อมะเร็งกลุ่มไดออกซินและฟิวแรน ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบทางสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบข้างและนำไปสู่การต่อต้านโครงการแนวทางแก้ไข: ในเฟสแรก โครงการจะไม่ตั้งโรงงานหลอมเองในชุมชน แต่จะใช้โมเดล Asset-Light โดยการจ้างโรงงานแปรรูปภายนอก (OEM) ที่ได้รับใบอนุญาต รง.4 ประเภท 106 ซึ่งมีมาตรฐานเครื่องจักรระบบปิดควบคุมอุณหภูมิคงที่อย่างเข้มงวด (ABS คุมที่ 220°C / PC คุมที่ 280°C) เพื่อให้พลาสติกเพียงแค่หลอมเหลวแต่ไม่ไหม้ไฟ พร้อมติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นและแก๊สพิษด้วยระบบ Wet Scrubber และ Activated Carbon Filter ที่ได้มาตรฐานสากล 2.ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (ความผันผวนและการปนเปื้อนของวัตถุดิบต้นน้ำ)รายละเอียด: คุณภาพของพลาสติกจากเคสคอมพิวเตอร์และมือถือเก่าที่เก็บรวบรวมมาอาจมีความแตกต่างกัน มีสติกเกอร์ คราบกาว หรือเศษน็อตโลหะชิ้นเล็กปนเปื้อน ซึ่งหากคัดแยกไม่ดี ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจทำความเสียหายต่อหัวรีดพลาสติกของโรงงาน และทำให้ไม้เทียมรีไซเคิลสูญเสียโครงสร้างความแข็งแรงทางวิศวกรรมแนวทางแก้ไข: โครงการร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในการตั้งสถานีคัดแยกและแกะชิ้นส่วนโลหะ/แผงวงจรต้นน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มขั้นตอนการบำบัดขัดลอกชั้นสีผิวภายนอกและล้างทำความสะอาดชิ้นพลาสติกบด (Flakes) ให้บริสุทธิ์ 100% ก่อนส่งเข้ากระบวนการหลอมอัดแท่ง เพื่อให้ได้ไม้เทียมที่มีความทนทานสูง 15-25 ปี ปลอดภัยต่อการกัดแทะของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง")

(โครงการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการจ้างงานผู้สูงอายุในวิสาหกิจชุมชนและแนวทางแก้ไขดังนี้ 1.ความเสี่ยงในการดำเนินการ (ความต่อเนื่องของปริมาณงาน): หากการเข้ารับขยะ E-Waste จากออฟฟิศต้นน้ำเกิดความล่าช้าหรือไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลให้ผู้สูงอายุในชุมชนไม่มีขยะไอทีมาคัดแยกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อรายได้เสริม โครงการจึงแก้ปัญหานี้โดยการทำสัญญาระยะยาว (MOU) ร่วมกับอาคารสำนักงานและบริษัทเอกชนอย่างน้อย 50 แห่ง เพื่อล็อกรอบการเข้าเก็บขยะที่แน่นอน ช่วยให้มีปริมาณวัตถุดิบป้อนเข้าสู่ชุมชนได้อย่างมั่นคงตลอดทั้งปี 2.ความเสี่ยงด้านความทนทาน (ทักษะและสุขอนามัยในการทำงาน): เนื่องจากการแยกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และมือถือเก่าต้องใช้เครื่องมือและทักษะเฉพาะทาง หากขาดการฝึกอบรมที่ดีอาจทำให้การดำเนินงานไม่ได้ประสิทธิภาพในกรอบเวลา หรืออาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้สูงอายุ โครงการจึงจัดการความเสี่ยงนี้โดยการจัดทีมวิศวกรลงพื้นที่ฝึกอบรมขั้นตอนการแกะแยกที่ปลอดภัย วางระบบโต๊ะทำงานที่ถูกหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) พร้อมจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น ถุงมือกันบาดและหน้ากากอนามัย เพื่อคุ้มครองสุขอนามัยในระยะยาว)

คำถามเพื่อการไตร่ตรอง

ผลลัพธ์เชื่อมโยงกับเป้าหมาย SDGs และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร?

ผลลัพธ์ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีเพียงใด?

ผลลัพธ์อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ป-โดยเกณฑ์ทางสังคม/ระบบนิเวศหรือไม่?

เราจะระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีขึ้นโดยพิจารณาจากคุณสมบัติหรือปัญหาที่พวกเขาเผชิญได้อย่างไร?

จำเป็นหรือไม่ ที่ต้องจำแนกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ละเอียดขึ้นเพื่อนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น?

จำเป็นหรือไม่ ที่ควรจัดสรรทรัพยากรให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความต้องการสูงสุดหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ (เชิงลึก) ก่อให้เกิดความแตกต่างที่มีนัยสำคัญหรือไม่?

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่นานกว่าระยะเวลาที่ดำเนินการหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น

เราจะจัดการและติดตามเรื่องนี้อย่างไร?

อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่ดี แม้ไม่ได้ดำเนินการ?

ฝ่ายอื่นมีส่วนช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์แบบเดียวกันหรือไม่?

จำเป็นหรือไม่ ที่ควรจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม ตามลำดับที่เรามีส่วนร่วมมากที่สุด

ความเสี่ยงที่ระบุไว้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นและความรุนแรงมากน้อยเพียงใด?

อะไรคือสิ่งที่ทำได้เพื่อลดความเสี่ยง?