มือวิเศษสัญจร - YOLO
“มือวิเศษสัญจร x บ้านนี้ไม่เทรวม” เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและภาคีเครือข่าย เช่น Zero Waste YOLO ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่รีไซเคิลยาก ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ สาธิตการคัดแยก และรับขยะจริงจากชุมชนไปอัพไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โครงการนี้ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชน ลดขยะฝังกลบ และขยายผลสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากกิจกรรมมืิอวิเศษสัญจรที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน ณ ศาลาว่าการกทม. ดินแดง แล้ว Zero Waste YOLO ยังพยายามเชิญชวนให้เกิดกิจกรรมดังกล่าวในทุก ๆ เขตของกทม.อีกด้วย
Impact Value Chain
Arrows mean “leads to” · bars show progress towards the target
About the project
Problem
โยโลมองเห็นปัญหาสำคัญของขยะพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ในระบบทั่วไป เช่น พลาสติกแก้วเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์พลาสติก ซองขนม ถุงพลาสติกบาง หรือฟิล์มห่อสินค้า ฯลฯ ซึ่งมักจบลงที่หลุมฝังกลบหรือหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม โดยประชาชนจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่าพลาสติกทุกชนิดสามารถรีไซเคิลได้ และแม้บางคนจะแยกขยะก็ยังรู้สึกว่า “คัดแยกไปก็ไม่มีประโยชน์” เพราะไม่เห็นปลายทางที่ชัดเจนของขยะที่แยกออกมา อีกทั้งยังขาดช่องทางและแรงจูงใจในการคัดแยกอย่างต่อเนื่อง โยโลจึงออกแบบกิจกรรม “มือวิเศษสัญจร” ขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเชื่อมโยงขยะที่ประชาชนแยกไปสู่การอัพไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้จริง ทำให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการคัดแยกอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กิจกรรมมือวิเศษสัญจรยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนปรับตัวต่อค่าธรรมเนียมการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ที่จะเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งจะคิดตามปริมาณขยะที่ทิ้ง ช่วยกระตุ้นให้คนลดปริมาณขยะเปียกและขยะทั่วไปลงอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน โครงการยังช่วยลดภาระการขนส่งขยะไปฝังกลบในจังหวัดใกล้เคียง และส่งเสริมให้เกิดระบบการจัดการขยะหมุนเวียนภายในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างยั่งยืนอีกด้วย
Solution
แนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรม “มือวิเศษสัญจร x บ้านนี้ไม่เทรวม” คือการส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ในระบบทั่วไป เช่น พลาสติกบรรจุภัณฑ์ พลาสติกแก้วเครื่องดื่ม ซองขนม ฟิล์มห่อ หรือถุงพลาสติกบาง ฯลฯ ซึ่งเมื่อนำมาแยกและจัดเก็บอย่างถูกวิธีจะสามารถนำไปอัพไซเคิลหรือแปรรูปเป็นขยะเชื้อเพลิง (RDF) ได้ภายในกรุงเทพมหานครโดยตรง ช่วยลดภาระการขนส่งขยะไปฝังกลบในจังหวัดใกล้เคียงอย่างกาญจนบุรี นครปฐม และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของขยะจากกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง ลดการใช้พื้นที่ฝังกลบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะภายในเมือง กิจกรรมนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างมูลค่าให้กับขยะ และขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เป้าหมาย Zero Waste อย่างเป็นรูปธรรม

- Budget
- 10,000.00 Baht
- Team
- เกศทิพย์ หาญณรงค์ Founder and CEO
Impact Goals
SDG 11 · Sustainable Cities and Communities
สร้างความตระหนักรู้ เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทางให้กับชุมชนโดยเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชน-ภาครัฐ-ภาคเอกชน ในการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
- 11.6 By 2030, reduce the adverse per capita environmental impact of cities, including by paying special attention to air quality and municipal and other waste management
SDG 12 · Responsible Consumption and Production
ส่งเสริมพฤติกรรมคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยเน้นพลาสติกที่ยากต่อการรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบ และขยะที่อาจหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม
- 12.5 By 2030, substantially reduce waste generation through prevention, reduction, recycling and reuse
SDG 17 · Partnerships to achieve the Goal
นำขยะไปอัพไซเคิล เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อขยายผลเศรษฐกิจหมุนเวียน
- 17.14 Enhance policy coherence for sustainable development
Stakeholder
ผู้อาศัยอยู่ในกทม.
Description
ผู้อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครถือเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรม “มือวิเศษสัญจร x บ้านนี้ไม่เทรวม” เพราะเป็นผู้กำหนดพฤติกรรมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง หากประชาชนในแต่ละบ้านเรียนรู้และเริ่มคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลยาก ก็จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบได้อย่างมีนัยสำคัญ กิจกรรมนี้จึงออกแบบมาเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “การแยกขยะที่บ้าน” กับ “ผลกระทบต่อเมือง” พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม เห็นผลลัพธ์ของการกระทำ และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนระบบจัดการขยะของกรุงเทพฯ ให้เกิดขึ้นจริงจากระดับครัวเรือน
Problem / opportunity / challenge encountered by this stakeholder
ผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ คือผู้มีบทบาทสำคัญในการเริ่มต้นจัดการขยะที่ต้นทาง แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาเรื่องความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกที่ถูกต้อง โดยเฉพาะพลาสติกที่รีไซเคิลยาก หลายคนยังรู้สึกว่า “แยกไปก็ไม่มีประโยชน์” เนื่องจากไม่เห็นปลายทางของขยะที่คัดแยก อีกทั้งยังขาดช่องทางและแรงจูงใจในการส่งต่อขยะเหล่านั้นอย่างเหมาะสม กิจกรรม “มือวิเศษสัญจร” จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนได้เรียนรู้ เห็นผลลัพธ์ของการแยกขยะ และมีส่วนร่วมกับระบบการจัดการขยะของเมืองอย่างจับต้องได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่กรุงเทพมหานครกำลังจะปรับค่าธรรมเนียมการจัดการขยะตามปริมาณในปี 2568 ซึ่งจะยิ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาคัดแยกและลดขยะลงอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการทำให้พฤติกรรมที่ดีเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยระบบปลายทางที่ชัดเจน ความโปร่งใสในการจัดการ และแรงจูงใจที่ทำให้คนรู้สึกว่าการแยกขยะของตน “มีความหมายและมีผลลัพธ์จริง” ต่อเมืองที่ตนอาศัยอยู่ อีกทั้งยังมีความท้าทายเชิงนโยบายในการผลักดันกฎหมายหรือข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครให้มีผลบังคับใช้จริง เพื่อให้เกิดการคัดแยกขยะที่ต้นทางจากครัวเรือนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระดับเมือง
ประชาชนในพื้นที่หลุมขยะในจังหวัดกาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครปฐม
Description
ประชาชนในพื้นที่หลุมฝังกลบของจังหวัดกาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครปฐม ถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ได้รับผลกระทบทางตรงจากระบบจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากขยะจาก กทม. จำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถจัดการภายในพื้นที่เมืองได้ จะถูกขนส่งไปกำจัดในจังหวัดเหล่านี้ โดยเฉพาะขยะเปียก ขยะรีไซเคิลไม่ได้ และขยะพลาสติกหลากชนิดที่ปะปนกัน ส่งผลให้ชุมชนโดยรอบหลุมฝังกลบต้องเผชิญกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อม เช่น กลิ่นเหม็น น้ำเสีย ดินปนเปื้อน รวมถึงผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการเผา หรือการรั่วไหลของของเสียที่จัดการไม่สมบูรณ์ ในสถานะปัจจุบัน ชาวบ้านในพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่มักไม่มีอำนาจต่อรองหรือข้อมูลเพียงพอที่จะปกป้องตนเองจากผลกระทบระยะยาว ขณะเดียวกัน หลุมฝังกลบจำนวนมากมีอายุการใช้งานใกล้เต็มขีดจำกัด การรับขยะจากเมืองใหญ่จึงไม่ยั่งยืนในระยะยาว หากกรุงเทพฯ ยังไม่มีระบบการแยกขยะและลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง พวกเขาจะยังคงต้องเป็น “ปลายทางจำยอม” ของขยะจากเมืองต่อไป การจัดกิจกรรมอย่าง “มือวิเศษสัญจร” และการส่งเสริมระบบคัดแยกในกรุงเทพฯ จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาระบบภายในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดภาระที่คนต่างจังหวัดต้องแบกรับ ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรและพื้นที่เพื่อรองรับของเสียจากเมืองใหญ่
Problem / opportunity / challenge encountered by this stakeholder
ประชาชนในพื้นที่รอบหลุมฝังกลบของจังหวัดเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะจากกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเหม็น น้ำใต้ดินปนเปื้อน ฝุ่นควันจากการเผา หรือมลพิษสะสมที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อขยะโดยตรง นอกจากนี้ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล หรือการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการขยะที่ส่งเข้าพื้นที่ตนเอง อย่างไรก็ตาม หากกรุงเทพฯ สามารถพัฒนาระบบคัดแยกขยะและแปรรูปขยะเชื้อเพลิงภายในเมืองได้อย่างจริงจัง ก็จะเป็นโอกาสในการลดปริมาณขยะที่ต้องขนส่งออกนอกพื้นที่ และลดภาระของชุมชนเหล่านี้ในระยะยาว ความท้าทายคือ การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในเมืองหลวง ซึ่งชาวบ้านเองไม่มีอำนาจโดยตรง แต่ต้องรับผลกระทบแทนจากระบบจัดการขยะที่ยังไม่ยั่งยืนของเมืองใหญ่
Made with Impact Flow · Start your own Impact Value Chain