← กลับไปหน้าโครงการ

สรุปมิติห้าด้านของผลกระทบ

ฟู้ดอินโนเวท

มิติห้าด้านของผลกระทบอะไรใครเท่าไรการมีส่วนร่วมของเราต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นความเสี่ยง

เพื่อสร้างระบบอาหารจากต้นน้ำถึงปลายน้ำที่ยั่งยืน โดยการทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศที่ยืดหยุ่นและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

การจำแนกประเภทผลกระทบ

-

รายรับสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มชนิดพืชที่ปลูก

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชนเอง

เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เกษตรกรรมจากการฟื้นสร้างระบบนิเวศภายหลังการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมี

การทำเกษตรกรรมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ในพื้นที่เกษตรกรรม เอื้อต่อการอ้างอิงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารที่มาจากการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

เพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่เชื่อถือได้ให้แก่ผู้บริโภค

ลดการเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และมีสินค้าใหม่จากการ upcycling

เจ้าของที่ดินรายย่อยยังคงรักษาความเป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดิน ไม่จำหน่ายให้เอกชนรายใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงที่เข้าลักษณะ land grab

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการปลูกพืชผสมผสาน (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / เกษตรกรรายย่อยอย่างน้อย 20 ครัวเรือนที่ทำนาในพื้นที่เป้าหมายระยะแรกของฟู้ดอินโนเวทในตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยามีรายได้ต่ำและไม่แน่นอน เนื่องจากปัจจัยการผลิต เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงมีราคาสูงขึ้น)

ผู้บริโภคในชุมชนเมืองที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงและอาหารเพื่อสุขภาพ (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / ผู้บริโภคในชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูง และสินค้าอาหารแปรรูป ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของฟู้ดอินโนเวทและพันธมิตร)

วิสาหกิจชุมชนพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่รัศมี 100 กิโลเมตร ยังต้องการช่องทางการจำหน่ายสินค้าและแนวทางในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร แต่ความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ยังต้องได้รับการประเมินเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน)

เจ้าของที่ดินรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดินเป็นการทำวนเกษตร (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / เจ้าของที่ดินในพื้นที่ตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ที่ดิน เช่น การขุดบ่อเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ การปลูกไม้เศรษฐกิจ และการตัดสินใจประเมินและจำหน่ายคาร์บอนเครดิต ต้องการให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารเคมี เพิ่มมูลค่าของที่ดิน และสนับสนุนให้เกษตรกรที่เช่าพื้นที่มีรายรับมากขึ้น)

หน่วยวัด: 4 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการปลูกพืชผสมผสาน
  • ผู้บริโภคในชุมชนเมืองที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงและอาหารเพื่อสุขภาพ
  • วิสาหกิจชุมชนพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ
  • เจ้าของที่ดินรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดินเป็นการทำวนเกษตร

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 24 เดือน

รายรับสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มชนิดพืชที่ปลูก

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชนเอง

เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เกษตรกรรมจากการฟื้นสร้างระบบนิเวศภายหลังการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมี

การทำเกษตรกรรมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ในพื้นที่เกษตรกรรม เอื้อต่อการอ้างอิงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารที่มาจากการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

เพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่เชื่อถือได้ให้แก่ผู้บริโภค

ลดการเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และมีสินค้าใหม่จากการ upcycling

เจ้าของที่ดินรายย่อยยังคงรักษาความเป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดิน ไม่จำหน่ายให้เอกชนรายใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงที่เข้าลักษณะ land grab

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk)

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk)

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านความทนทาน

(การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ)

((1) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ (2) ระบบการตรวจสอบย้อนกลับยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

(การประเมินดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity index) ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติยังอยู่ระหว่่างการวิจัยและยังไม่ได้ plug-in เข้ากับระบบงานของฟู้ดอินโนเวท)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

(การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก ภัยพิบัติ โรคระบาด)

(ต้นทุนด้าน Logistics ของการนำวัสดุเหลือทิ้งจากแปลงเกษตรอาจสูงกว่าราคาสินค้าที่ได้จากการ upcycling)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ (3) ค่าใช้จ่ายของฟู้ดอินโนเวทในการ audit กิจกรรมของเกษตรกรที่่สนับสนุนการเป็นผู้พิทักษ์ผืนดิน)

เพื่อสนับสนุนการลดภาวะทุพโภชนาการทั้งในเรื่องโภชนาการขาดและโภชนาการเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยทำงานและผู้สูงอายุ

การจำแนกประเภทผลกระทบ

-

รายรับสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มชนิดพืชที่ปลูก

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชนเอง

การทำเกษตรกรรมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ในพื้นที่เกษตรกรรม เอื้อต่อการอ้างอิงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารที่มาจากการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

เพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่เชื่อถือได้ให้แก่ผู้บริโภค

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการปลูกพืชผสมผสาน (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / เกษตรกรรายย่อยอย่างน้อย 20 ครัวเรือนที่ทำนาในพื้นที่เป้าหมายระยะแรกของฟู้ดอินโนเวทในตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยามีรายได้ต่ำและไม่แน่นอน เนื่องจากปัจจัยการผลิต เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงมีราคาสูงขึ้น)

ผู้บริโภคในชุมชนเมืองที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงและอาหารเพื่อสุขภาพ (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / ผู้บริโภคในชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูง และสินค้าอาหารแปรรูป ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของฟู้ดอินโนเวทและพันธมิตร)

วิสาหกิจชุมชนพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่รัศมี 100 กิโลเมตร ยังต้องการช่องทางการจำหน่ายสินค้าและแนวทางในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร แต่ความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ยังต้องได้รับการประเมินเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน)

หน่วยวัด: 3 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการปลูกพืชผสมผสาน
  • ผู้บริโภคในชุมชนเมืองที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงและอาหารเพื่อสุขภาพ
  • วิสาหกิจชุมชนพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 24 เดือน

รายรับสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มชนิดพืชที่ปลูก

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชนเอง

การทำเกษตรกรรมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ในพื้นที่เกษตรกรรม เอื้อต่อการอ้างอิงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารที่มาจากการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

เพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่เชื่อถือได้ให้แก่ผู้บริโภค

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk)

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk)

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านความทนทาน

(การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ)

((1) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ (2) ระบบการตรวจสอบย้อนกลับยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

(การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก ภัยพิบัติ โรคระบาด)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ (3) ค่าใช้จ่ายของฟู้ดอินโนเวทในการ audit กิจกรรมของเกษตรกรที่่สนับสนุนการเป็นผู้พิทักษ์ผืนดิน)

เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมในเชิงบวกระหว่างชุมชนเมืองกับชุมชนเกษตรกรรมผ่านการจำหน่ายอาหารและผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนเมืองและชุมชนเกษตรกรรม

การจำแนกประเภทผลกระทบ

-

รายรับสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มชนิดพืชที่ปลูก

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชนเอง

เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เกษตรกรรมจากการฟื้นสร้างระบบนิเวศภายหลังการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมี

การทำเกษตรกรรมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ในพื้นที่เกษตรกรรม เอื้อต่อการอ้างอิงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารที่มาจากการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

เพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่เชื่อถือได้ให้แก่ผู้บริโภค

เจ้าของที่ดินรายย่อยยังคงรักษาความเป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดิน ไม่จำหน่ายให้เอกชนรายใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงที่เข้าลักษณะ land grab

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม

เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการปลูกพืชผสมผสาน (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / เกษตรกรรายย่อยอย่างน้อย 20 ครัวเรือนที่ทำนาในพื้นที่เป้าหมายระยะแรกของฟู้ดอินโนเวทในตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยามีรายได้ต่ำและไม่แน่นอน เนื่องจากปัจจัยการผลิต เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงมีราคาสูงขึ้น)

ผู้บริโภคในชุมชนเมืองที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงและอาหารเพื่อสุขภาพ (ผู้รับประโยชน์ทางตรง / ผู้บริโภคในชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูง และสินค้าอาหารแปรรูป ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของฟู้ดอินโนเวทและพันธมิตร)

วิสาหกิจชุมชนพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ (ผู้รับประโยชน์ทางอ้อม / เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่รัศมี 100 กิโลเมตร ยังต้องการช่องทางการจำหน่ายสินค้าและแนวทางในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร แต่ความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ยังต้องได้รับการประเมินเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน)

เจ้าของที่ดินรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดินเป็นการทำวนเกษตร (ผู้เป็นปัจจัยความสำเร็จของโครงการ / เจ้าของที่ดินในพื้นที่ตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ที่ดิน เช่น การขุดบ่อเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ การปลูกไม้เศรษฐกิจ และการตัดสินใจประเมินและจำหน่ายคาร์บอนเครดิต ต้องการให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารเคมี เพิ่มมูลค่าของที่ดิน และสนับสนุนให้เกษตรกรที่เช่าพื้นที่มีรายรับมากขึ้น)

หน่วยวัด: 4 ผู้มีส่วนได้เสีย

  • เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการปลูกพืชผสมผสาน
  • ผู้บริโภคในชุมชนเมืองที่ต้องการผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงและอาหารเพื่อสุขภาพ
  • วิสาหกิจชุมชนพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ
  • เจ้าของที่ดินรายย่อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดินเป็นการทำวนเกษตร

เชิงลึก:

ระยะเวลา: 24 เดือน

รายรับสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มชนิดพืชที่ปลูก

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น สร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชนเอง

เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เกษตรกรรมจากการฟื้นสร้างระบบนิเวศภายหลังการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมี

การทำเกษตรกรรมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ในพื้นที่เกษตรกรรม เอื้อต่อการอ้างอิงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารที่มาจากการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

เพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะที่เชื่อถือได้ให้แก่ผู้บริโภค

เจ้าของที่ดินรายย่อยยังคงรักษาความเป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดิน ไม่จำหน่ายให้เอกชนรายใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงที่เข้าลักษณะ land grab

เกษตรกรมีความสามารถในการลดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อชนิดเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของผลกระทบ (drop-off risk)

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ความเสี่ยงด้านหลักฐาน

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

ความเสี่ยงในการดำเนินการ

(การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ)

((1) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ (2) ระบบการตรวจสอบย้อนกลับยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

(การประเมินดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity index) ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติยังอยู่ระหว่่างการวิจัยและยังไม่ได้ plug-in เข้ากับระบบงานของฟู้ดอินโนเวท)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

(การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก ภัยพิบัติ โรคระบาด)

((1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนแล้งหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ)

คำถามเพื่อการไตร่ตรอง

ผลลัพธ์เชื่อมโยงกับเป้าหมาย SDGs และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร?

ผลลัพธ์ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีเพียงใด?

ผลลัพธ์อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ป-โดยเกณฑ์ทางสังคม/ระบบนิเวศหรือไม่?

เราจะระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดีขึ้นโดยพิจารณาจากคุณสมบัติหรือปัญหาที่พวกเขาเผชิญได้อย่างไร?

จำเป็นหรือไม่ ที่ต้องจำแนกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ละเอียดขึ้นเพื่อนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น?

จำเป็นหรือไม่ ที่ควรจัดสรรทรัพยากรให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความต้องการสูงสุดหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ (เชิงลึก) ก่อให้เกิดความแตกต่างที่มีนัยสำคัญหรือไม่?

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่นานกว่าระยะเวลาที่ดำเนินการหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น

เราจะจัดการและติดตามเรื่องนี้อย่างไร?

อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่ดี แม้ไม่ได้ดำเนินการ?

ฝ่ายอื่นมีส่วนช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์แบบเดียวกันหรือไม่?

จำเป็นหรือไม่ ที่ควรจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม ตามลำดับที่เรามีส่วนร่วมมากที่สุด

ความเสี่ยงที่ระบุไว้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นและความรุนแรงมากน้อยเพียงใด?

อะไรคือสิ่งที่ทำได้เพื่อลดความเสี่ยง?